วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Hold Tight - อย่าเผลอ


หนังสือเล่มนี้ เป็นของฮาร์ลาน โคเบน อีกแล้วครับท่าน ส่วนตัวผมชอบวิธีการเขียนของเค้ามากเลย แต่ละบท ไม่ยาวมาก อ่านแล้วไม่เหนื่อย การเชื่อมต่อกันในแต่ละบทก็ชวนให้ติดตาม อ่านแล้วเหมือนกำลังดูหนังอยู่
หนังสือเรื่องนี้ เกี่ยวกับปริศนา ที่ผูกหลายครอบครัวเข้าด้วยกัน การฆาตกรรม การข่มขู่ อาชญากรรมต่างๆ
สนุกไปกับเรื่องราวต่างๆ มากมายครับ อ่านไปได้สองบท ก็เกือบวางไม่ลงซะแล้ว (ที่วางลงเพราะว่าอ่านก่อนนอนนะครับ ง่วงแล้ว)
ราคาหลังปก : 255 บาท

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

As the Future Catches You


เล่มนี้อาจจะเก่าไปหน่อยนะครับ แต่หนังสือเล่มนี้จะเป็นหนังสือที่ช่วยให้คนอ่านสามารถเตรียมตัว เตรียมใจกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ เตรียมตัวให้ดีนะ เมื่ออนาคตไล่ล่าคุณ
การพัฒนาของโลกที่ผ่านมา และต่อไปนี้จะทำให้คุณต้องตื่นตะลึง
ราคาหลังปก : 295 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2551

A Myron Bolitar Novel - Promise Me - สัญญา


หนังสือเล่มนี้นะครับ ณ วันที่ลงบทความบทนี้ ยังเป็นเล่มสุดท้ายในหนังสือชุด A Myron Bolitar Novel อยู่ครับ จากที่คิดว่าจะมี 7 เล่ม แต่กลับมีเล่มที่ 8 ออกมาซะนี่
เล่มนี้เป็นเรื่องหลังจากที่ ไมรอน ตัวเอกของเรื่อง ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเป็นนักศือบเลยมาเป็นเวลาหกปี แต่สุดท้าย คำสัญญา ที่ได้ให้ไว้กับลูกของเพื่อน ก็ทำให้เขาต้องกลับมารับบทนักสืบอีกครั้ง
คำสัญญานี้จะสร้างเรื่องราวขึ้นอย่างไร ไมรอนจะเดือดร้อนแค่ไหน ต้องลองติดตามครับ
ราคาหลังปก : 275 บาท

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551

A Myron Bolitar Novel - Darkest Fear - ลับ


หนังสือเล่มนี้ความจริง ฮาร์ลาน โคเบน คงตั้งใจจะให้เป็นเล่มสุดท้ายแล้วละครับในหนังสือชุด A Myron Bolitar Novel แต่พออ่านแค่คำนำ ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่า เล่ม 8 จะออกมาเร็วๆ นี้
กลายเป็นว่าเล่มนี้ ตัวเอกของเรามีลูกกับเค้าซะแล้ว เรื่องราวก็เลยเข้มข้นมากครับ งานนี้เกี่ยวข้องกับทั้งเพื่อนเก่าที่เป็นทั้งคู่แข่ง แฟนเก่า และยังมีลูกโผล่มาอีก ต้องติดตามละครับ
ราคาหลังปก : 235 บาท

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551

A Myron Bolitar Novel - The Final Detail - ซ้อน


หนังสือเล่มนี้ก็ยังเป็นหนังสือในชุด A Myron Bolitar Novel อึกเล่มนะครับ ตอนนี้เป็นตอนที่ชื่อว่า The Final Detail หรือชื่อไทยว่า "ซ้อน" เป็นตอนที่เกี่ยวกับกีฬาเบสบอลนะครับ

ตอนนี้เป็นตอนที่เกี่ยวกับเพื่อนรักอีกคนของไมรอนนะครับ เป็นผู้หญิงที่ชื่อว่า เอสเปอรันซ่า นั่นเอง เรื่องราวในตอนนี้เป็นตอนที่ ไมรอน ค่อนข้างจะโชว์เดี่ยว ไม่ค่อยจะพึ่งพาเพื่อนสักเท่าไหร่ จึงทำให้กลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่

ราคาหลังปก : 265 บาท

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

A Myron Bolitar Novel - One False Move - พลาด



สำหรับภาคนี้ กลับไปที่กีฬาบาสเกตบอลอีกครั้ง แต่คราวนี้ เป็นเรื่องราวของนักบาสฯ หญิง ซึ่งเกือบจะกลายเป็นความรักของไมรอนซะแล้ว ถ้าเกิดไม่มีความผิดพลาด ที่เกิดจากตัวไมรอนเอง

ราคาหลังปก : 235 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

A Myron Bolitar Novel - Back Spin - แค้น


หนังสือน่าอ่านเล่มต่อมา ในชุดนักสืบโบลิทาร์ (A Myron Bolitar Novel) มีชื่อว่า Back Spin หรือ แค้น ถ้าได้อ่าน 3 เล่มที่ผ่านมา จะเห็นมาไมรอนมีเพื่อนคู่หูชื่อว่า วิน ในเล่มนี้จะเป็นเรื่องราวในอดีตของวิน เรื่องราวยังคงตื่นเต้น เร้าใจ และสำนวนยังคงกวนๆ อยู่เหมือนเดิม และนักกีฬาที่เข้ามาเกี่ยวข้องในภาคนี้ เป็นนักกีฬากอล์ฟ ซึ่งเป็นกีฬาทีผมเล่นอยู่ (เลยชอบเป็นพิเศษ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิน (ตามเนื้อเรื่อง) เป็นนักกอล์ฟที่เก่งมาก
ราคาหลังปก : 235 บาท

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

A Myron Bolitar Novel - Fade Away - เล่ห์



หนังสือในชุดนักสืบโบลิทาร์เล่มต่อไปนั้นมีชื่อว่า เลห์ หรือ ในชื่อภาษาอังกฤษว่า Fade Away ชื่อก็บอกอยู่เป็นนัยๆแล้วครับว่า เกี่ยวกับกีฬา บาสเกตบอล
ภาคนี้จะเป็นภาคที่ ไมรอน จะได้กลับไปเล่นเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพ ใน NBA หลังจากที่ร้างราจากบาสเกตบอลไปนาน แต่คราวนี้ต้องกลับไปเล่นเพื่อที่จะได้สืบเรื่องราวของคู่แข่ง ทั้งด้านกีฬา และความรัก
Fade Away อาจจะทำให้คนอ่านเข้าใจถึงความยากลำบากของมืออาชีพไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดไหนครับ
ราคาหลังปก : 235 บาท

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

A Myron Bolitar Novel - Drop Shot - กลลวง


หนังสือเล่มนี้นะครับ เป็นเรื่องที่สองของหนังสือชุด นักสืบโบลิทาร์ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ ไม่ใช่ตอนที่ต่อจากเล่มที่แล้ว ฉะนั้นไม่ต้องเป็นกังวลไปว่าถ้าไม่ได้อ่านเล่มแรก (Deal Breaker) แล้วจะไม่เข้าใจ เพราะผู้เขียนได้ปูเนื้อเรื่องเอาไว้เป็นอย่างดี สามารถเข้าใจและสนุก ติดตามได้ทันที
เรื่องราวในเล่มนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวดารานักเทนนิส ซึ่งพออ่านไปได้ซักพักหนึ่งอาจจะทำให้คุณนึกถึงนักเทนนิสที่มีอยู่จริงเลยทีเดียว
ราคาหลังปก : 215 บาท

A Myron Bolitar Novel - Deal Breaker -หลง

เอาล่ะครับ หนังสือเล่มต่อไป และคงจะต่อไปอีกหลายเล่ม จะเกี่ยวกับนิยายแปลครับ ที่บอกว่าคงจะอีกหลายเล่มนั้นก็เพราะว่านี่เป็นหนังสือชุดที่ตัวเอกของเรื่องเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก็คือ Myron Bolitar ที่มีอาชีพเป็นตัวแทนนักกีฬา แต่เป็นตัวแทนที่มีความสามารถในการสืบสวน ในตอนแรกนี้มีชื่อว่า Deal Breaker หรือชื่อไทยใช้คำว่า หลง เขียนโดย ฮาร์ลาน โคเบน
ซึ่งเนื้อเรื่องของหนังสือชุดนี้ จะเกี่ยวข้องกับกีฬาครับ แต่ไม่ต้องตกใจไป คนที่ไม่มีความรู้ด้านกีฬาก็สามารถเข้าใจได้ครับ เพราะเนื้อเรื่องไม่ได้เน้นไปทางด้านกีฬา แต่จะเกี่ยวข้องกับนักกีฬาที่มีส่วนกับการฆาตกรรมครับ

ในตอนนี้เป็นตอนที่เกี่ยวข้องกับกีฬา อเมริกันฟุตบอลครับ ซึ่งนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่อยู่ในสังกัดของตัวเอก ไมรอน ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม และไมรอนต้องเข้าไปช่วย

เรื่องราวของหนังสือชุดนี้นั้นสนุก น่าตื่นเต้น น่าประหลาด ตลก หักมุม ชวนให้ติดตามจนวางไม่ลงเลยครับ

ราคาหลังปก : 235 บาท

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ชุดประดาน้ำ และผีเสื้อ


สำหรับหนังสือเล่มต่อไปนี้ ความอัศจรรย์อยู่ที่ผู้เขียนที่มี ชื่อว่า ฌ็อง-โดมินิก โบบี้ เป็นอัมพาตทั้งตัว ครับทั้งตัว และแน่นอนเค้าไม่ได้เขียน หรือพิมพ์ด้วยตัวเอง สำหรับผมนั้น
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำให้ผมตั้งใจอ่านเท่าไหร่ แต่ถ้ามานึกถึงความพยายามในการเขียนหนังสือเล่มนี้นั้น ก็อดที่จะทึ่งไม่ได้ ถึงความพยายามของเขา ส่วนวิธีการเขียนนั้น ใช้วิธีการท่องตัวอักษรให้ ฌ็องฟัง เมื่อถึงตัวอักษรที่ต้องการ เขาก็จะเปิดเปลือกตาขึ้น ลองคิดถึงความพยายามดูสิครับว่ากว่าจะเขียนจนจบเล่ม คนที่ท่องอักษรภาษาฝรั่งเศส จะต้องท่องทั้งหมดกี่ล้านเที่ยว

หากไม่เข้าใจถึงการเป็นอัมพาตทั้งตัวว่าเป็นอย่างไร แวะชมที่


ราคาหลังปก 139 บาทครับ

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

The Last Lecture


The Last Lecture หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมเพิ่งอ่านจบ (อ่านจบปุ๊บก็มาอัพทันทีเลย) เป็นหนังสือที่ให้แรงบันดาลใจแก่คนที่ได้อ่านเป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นหนังสือที่เขียนโดยคนที่กำลังจะตายครับ แรนดี เพาซ์ ป่วยเป็นมะเร็งและสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียง 3-6 เดือน แต่แทนที่จะหมดกำลังใจ รอคอยความตายบนเตียงเค้ากลับสร้างสิ่งที่มีคุณค่ามากขึ้นมา อย่าคิดว่าอ่านแล้วจะรู้สึกเศร้านะครับ นั่นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในหน้าสุดท้ายเท่านั้น แต่เป็นการเล่าเรื่องราวในการใช้ชีวิตที่น่าจะสามารถเอามาปรับใช้ได้กับทุกคน
ถ้าหากอยากฟังการบรรยาย ก็
ราคาหลังปก 175 บาท

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

คำพิพากษา


หนังสือน่าอ่านเล่มต่อไปครับ เล่มนี้เป็นหนังสือนิยาย อ่านเล่นครับ แต่เนื้อหาอาจจะเศร้าไปซักหน่อย แต่สนุกจริงๆ ครับ ดูเล่มของผมเนี่ย พิมพ์เป็นครั้งที่ 30 เข้าไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2542 เป็ยหยังสือของคุณชาติ กิบจิตติครับ
ใครเคยดูหนังเรื่อง "ไอ้ฟัก" แล้ว นี่แหละคือหนังสือเรื่องที่เค้าเอามาทำหนัง แต่ตอนจบในหนังสือยังมีต่อจากหนังมาอีกเล็กน้อยครับ แต่กินใจสุดๆ
อ่านแล้วจะเข้าใจถึงสังคมไทย การหน้าไหว้หลังหลอก หน้าเนื้อใจเสือ ฯลฯ
ราคาหลังปก 180 บาทครับ

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Men are from mars, Women are from venus



หนังสือเล่มนี้ อาจจะเก่าไปซักหน่อย แต่ผมรับรองว่า เหมาะมาก กับทั้ง Art ตัวพ่อ และ Art ตัวแม่ ทุกคนครับ จะได้เข้าใจเพศตรงข้าม นี่ขนาดผมให้ใครยืมไปไม่ได้คืนนะ ยังไปซื้อเล่มใหม่มาเก็บไว้เลย รู้สึกว่าตอนนี้จะพิมพ์ออกมาเกือบ 30 ครั้งได้แล้วมั๊ง

ของเค้าดีจริงๆ


ราคาหลังปกก็ 245 บาทครับ

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

สูตร & ฟังก์ชัน Excel ฉบับใช้งานจริงในสำนักงาน


หนังสือเล่มต่อไป อาจจะดูเหมือนซีเรียสหน่อยนะครับ แต่เป็นหนังสือที่มีประโยชน์มากนะครับ เหมาะกับคนใช้ Microsoft Excel บ่อยๆ ครับ ใช้ได้ดีจริงๆ เป็นสูตรที่สามารถนำเอาไปใช้งานได้จริง มีอธิบายฟังก์ชันต่างๆ มากมาย พร้อมตัวอย่างอธิบายครับ


ราคาหลังปกก็ 195 บาทนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Photoshop CS3


อ่ะ เริ่มแรกก็หนังสือเล่มนี้เลยครับ มันใกล้มือที่สุด ใช้บ่อยที่สุด (ในตอนนี้) สำหรับผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพเลยครับ รีบไปหามาครอบครองซักเล่มเลยเชียว เนื้อหาเกี่ยวกับ Adobe Photoshop CS3 นั่นแหละครับ แต่ลีลาการอธิบายออกจะสบายๆ หน่อย ไม่ใช่เชิงวิชาการครับ แล้วก็ที่สำคัญก็คือเป็นวิธีการใช้ Photoshop จากช่างภาพมืออาชีพ (มืออาชีพก็ใช้ Photoshop นะ) เป็นขั้นตอนที่ออกจะเน้นการใช้งานจริงครับ




ราคาหลังปกก็ 345 บาทครับ (หาซื้อได้ทั่วไปนะ)

คนไทย กับ การอ่านหนังสือ

จากการวิจัยจากที่ไหนซักแห่ง ปรากฎว่า คนไทย ย้ำ! คนไทยอ่านหนังสือโดยเฉลี่ยแล้ว ไม่ถึง 10 บรรทัด/คน/ปี โปรดอ่านอีกครั้งหนึ่ง 10 บรรทัด/คน/ปี ครับ อันนี้ไม่นับหนังสือพิมพ์นะครับ คิดเอาเองละกันนะครับ ขนาดแค่อ่านป้ายข้างทางมันก็น่าจะเกินแล้วนี่นา แต่ไม่เป็นไรครับ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า ส่วนหนึ่งคนที่ไม่อ่านหนังสือ เหตุผลหนึ่งที่สำคัญเลยก็คือ ไม่รู้จะอ่านอะไรดี
เอาละครับ Blog ของผมนี่แหละจะมาช่วยแนะนำหนังสือที่ ผมเคยอ่าน หรือผ่านตามาแล้วบ้าง ส่วนใหญ่ก็หนังสืออ่านเล่นนั่นแหละครับ ไม่มีวิชาการเท่าไหร่หรอก อิอิ